เส้นทางน่าขี่รถเที่ยวในภาคเหนือ : เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน [Part 1]

เส้นทางน่าขี่รถเที่ยวในภาคเหนือ : เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน [Part 1]

     เส้นทางแม่ฮ่องสอน เป็นเส้นที่มีความสวยงามมากเส้นทางหนึ่ง เราจึงชอบขี่รถไปแม่ฮ่องสอนบ่อยๆ เพราะนอกจากวิวที่สวยงามของสองข้างทางแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย แต่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ขับขี่รถค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่เป็นถนนที่แคบ และโค้งขึ้น-ลงเขาตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น เส้นทาง เชียงใหม่-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน หรือ เชียงใหม่ - ปาย -แม่ฮ่องสอน
      ในครั้งนี้เราจะเลือกรีวิวเส้นทาง เชียงใหม่ - อ.สะเมิง - อ.กัลยานิวัฒนา - ปาย - อ.ปางมะผ้า - แม่ฮ่องสอน - อ.แม่ลาน้อย - อ.แม่แจ่ม - อ.จอมทอง - เชียงใหม่

     โดยในบทความนี้เราจะพยายามแนะนำในแบบสไตล์ของ #ขี่มอไซค์ไปUnseen คือไม่ค่อยเน้นสถานที่ดังๆ แต่จะเน้นไปที่ความสวยงามของสองข้างทาง และสถานที่ที่มีความสวยงามและคนไม่ค่อยรู้จัก 

ปล. บทความนี้เกิดจากการเอาหลายๆ ทริปมารวมกัน ซึ่งวันเวลาในการเดินทางอาจะแต่งต่างกัน

     การเดินทางจากเชียงใหม่ไปยังอำเภอสะเมิง สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นเชียงใหม่ - อำเภอแม่ริม - ม่อนแจ่ม - สะเมิง กับอีกเส้นหนึ่งที่เรามักจะใช้เดินทางกันบ่อยๆ คือเส้น เชียงใหม่ - อำเภอหางดง - อำเภอสะเมิง
     ที่เราเลือกใช้เส้นทางเส้นนี้นั้นก็เพราะมีระยะทางที่สั้นเพียงแค่ 40 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น และเส้นทางนี้รถใหญ่ ประเภทรถทัวร์ไม่ค่อยวิ่งกัน เพราะว่าจะมีอยู่จุดหนึ่งที่เรียกว่าโค้ง 7 พับ ซึ่งเป็นโค้งที่จะมีความชันและแคบ ติดต่อกันหลาย ๆ โค้ง ทำให้การขับรถทัวร์เป็นไปได้ยาก แต่นั่นก็ทำให้เราสนุกในการขี่มอไซค์

     ต่อจากอำเภอสะเมิงเราก็เดินทางไปต่อกันที่ อำเภอน้องใหม่ล่าสุดของจังหวัดเชียงใหม่ นั่นก็คือ อำเภอกัลยานิวัฒนา หรืออีกชื่อหนึ่งที่จะเรียกกันติดปากก็คือ "วัดจันทร์ "
เมื่อก่อนนั้นพื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปเกือบร้อยกว่ากิโล และถนนนั้นก็เรียกได้ว่าวิบากเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีการทำถนนให้ดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังมีบางจุดที่ยังเป็นทางดินอยู่ (ข้อมูล ณ วันที่ไปล่าสุด 4 มีนาคม 2560)

     อำเภอกัลยานิวัฒนานั้นมีจุดที่น่าสนใจอยู่มาก แต่จุดที่เราชอบมากที่สุดก็คือ วิหารแว่นตาดำ วิหารที่มีลักษณะเหมือนสวมแว่นตาดำอยู่หน้าวิหาร สร้างมาประมาณ 80 ปี โดยช่างชาวกะเหรี่ยงหรือชาวปกาเกอญอโดยเหตุผลเพราะ วิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก พื้นวิหารเทพื้นปูน ฝาวิหารด้านข้างฉาบปูน ส่วนประตูด้านหน้าวิหารรวมทั้งจั่ววิหารด้านหน้าส่วนหนึ่งได้ทำด้วยแผ่นไม้สักปิดบังแสงแดดไว้หมด ขณะนั้นช่างเห็นว่าหากปิดด้านหน้าวิหารหมดจะไม่มีแสงแดดให้แสงสว่างในวิหารได้ จึงมีเจตนาว่าจะเปิดด้านหน้าวิหารบริเวณจั่ววิหารให้แสงแดดเข้ามาข้างในวิหารได้บ้าง จึงเจาะแผ่นไม้บางส่วนของจั่วออกเพื่อจะได้รับแสง โดยช่างตั้งใจจะทำให้เหมือนดวงตา แต่พอทำเสร็จมีลักษณะคล้ายแว่นตาจึงปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้น ก่อนนั้นไม่ได้นำกระจกมาสวมใส่แต่อย่างใด แต่เป็นห่วงทรัพย์สินในวิหารที่มีพระประธานเป็นพระสิงห์ 3 อายุกว่า 300 ปี และพระพุทธรูปองค์อื่นๆ อีกจำนวนมาก กลัวว่าจะสูญหาย ต่อมาจึงนำกระจกกรองแสงสีดำมาติดอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นวิหารสวมแว่นตา

 

ข้อมูลจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C

     ป่าสนวัดจันทร์ คืออีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดหากได้มาอำเภอกัลยานิวัฒนา ซึ่งถือว่าสนสองใบและสนสามใบของที่นี่เป็นป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วความงามของที่นี่ก็เป็นที่ติดตาตรึงใจของคนที่ได้มาเยี่ยมเช่นกัน
เพระาที่นี่นอกจากต้นสนที่คอยสลับใบเปลี่ยนสีให้ผู้ที่มาเยือนได้ชมความงามแล้ว หากใครได้มาในช่วงต้นปี (กุมภาพันธ์) ก็จะได้เห็นใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีอีกด้วย


     และที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือ อ่างเก็บน้ำที่ในช่วงเช้าๆ ของฤดูหนาว ที่หลายคนขนานนามว่าที่นี่คือ ปางอุ๋งของเชียงใหม่ 

     อำเภอกัลยานิวัฒนานั้นมีรอยเขตติดต่อกับอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่งสอน ซึ่งห่างกันเพียงแค่ 70 กว่ากิโลเท่านั้น ทำให้สมัยก่อนเมื่อครั้งที่วัดจันทร์ยังเป็นส่วนหนึ่งของอ-เภอแม่แจ่ม ชาวบ้านมักจะมาติดต่อราชการที่อำเภอปายแทน เพราะใกล้กว่า เราจึงเลือกใช้เส้นทางนี้เพื่อไปต่อยังจุดหมายต่อไปของเรา


     

     ปายในวันนี้เปลี่ยนไปเยอะเสียจนว่า คนที่เคยมาเมื่อ 5-10 ปี ก่อน กลับมาอีกครั้งต้องตกใจ ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทางที่ดีขึ้น พื้นผิวทำใหม่ ความกว้างของถนนก็กว้างขึ้น ทำให้ง่ายต่อการขับขี่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าชื่อเสียงเรื่องโค้งอันมากมายของปายจะลดน้อยลง มนต์เสน่ห์นี้ของปายยังคงอยู่ 

     อำเภอปายนั้นถือว่าเป็นเมืองที่คนค่อนข้างจะรู้จักเยอะ ไม่ว่าจะในกลุ่มของนักท่องเที่ยวแบบแบ็คแพคที่อยากมาสัมผัสอากาศหนาวและธรรมชาติ หรือจะเป็นนักบิดทั้งหลายที่ต้องการมาพิชิตเส้นทางที่เต็มไปด้วยโค้งและทางลาดชัน ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะข้ามอไเภอปายไป เพื่อจะไปยังเป้าหมายต่อไปของเราในอภเภอปางมะพร้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

     บ้านจ่าโบ่ ชื่อนี้อาจจะเป็นชื่อที่เริ่มคุ้นหูของนักเที่ยวชาวไทยบ้างแล้ว จากภาพร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดาเพราะวิวของที่ตั้งร้าน แต่แท้จริงแล้วที่นี่เป็นที่รู่จักในหมู่ชาวต่างชาติมานาน กับการใช้ชีวิตในแบบไปสัมผัสวิถีของชาวบ้าน หรือที่เรียกว่า การพักแบบโฮมสเตย์

     เราจึงตัดสินใจว่าจะลองพักแบบสัมผัสวีถีชีวิตชาวบ้านสักครั้ง แต่เสียดายที่การมาของเราในครั้งนี้เกิดความผิดพลาดในการเดินทางทำให้เราใช้เวลาค่อนข้างเยอะและมาถึงที่บ้านจ่าโบ่ค่ำเกินไป เราได้เพียงแต่เข้าพักกับชาวบ้านและเสพบรรยากาศของความเงียบสงบภายในหมู่บ้าน โดยที่หวังว่าตื่นเช้ามาเราจะได้เจอกับบรรยากาศร้านก๋วยเตี๋ยวที่หลายคนบอกว่า ราคาหลักสิบ แต่วิวหลักล้าน

 

     แต่เหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็นใจเช้าตรู่ก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จนเราถึงกับถอดใจว่าการมาเยือนครั้งนี้ของเราจะสูญเปล่า แต่สุดท้ายก็เหมือนสวรรค์เป็นใจ ให้ธรรมชาติได้เผยความงามให้เราได้เห็นจนได้ การที่เราเจอไม่สามารถกำหนดธรรมชาติได้นั้นก็ถือว่าเป็นอีกสเน่ห์หนึ่งของการท่องเที่ยวเหมือนกัน 


     ทุกๆ ครั้งที่เราอยุ่ท่ามกลางธรรมชาติ เราไม่เคยคิดว่าช่วงเวลานั้นสูญเปล่าเลย กับการนั่งกินก๋วยเตี๋ยวชามละไม่กี่สิบบาท ค่าที่พักหลักร้อย แต่อยู่ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติที่ประเมินค่าไม่ได้ มันช่างคุ้มจริงๆ 

 

 

     การเดินทางของเราในเส้นทางนี้ยังไม่จบ เพราะว่ายังเหลือความสวยงามอีกมากมายที่เราอยากให้ได้ได้ออกไปสัมผัส แล้วมาติดตามกันว่าสถานที่ต่อไปจะเป็นที่ไหนกับ เส้นทางน่าขี่รถเที่ยวในภาคเหนือ : เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน [Part 2]

>