ที่สุดของรถ Super Sport All New Honda CBR600RR

 

ที่สุดของรถ Super Sport All New Honda CBR600RR

ถ้าถามว่ารถ Super Sport รุ่นไหนมาแรงที่สุดในตอนนี้ ก็คงตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า All New Honda CBR600RR นี่แหล่ะครับ ซึ่งต้องบอกว่า เจ้า All New Honda CBR600RR เป็นรถที่ผมอยากได้มากๆอีกด้วย ตั้งแต่ตัว 2014 แล้ว ที่แอดได้มีโอกาสสัมผัสมาก่อนนี้ไม่นาน ซึ่งแอดประทับใจเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ครับ เหตุผลหลักๆที่ชอบก็คือ รถมีน้ำหนักเบา เวลาเบรกไม่กินแรงมาก เรียกได้ว่าคลาส 600 เป็นคลาสที่ผมคิดว่าเหมาะกับตัวเองมากที่สุดเลย 

 

 

เรามาดูกันดีกว่าครับว่ารถ Super Sport อย่าง All New Honda CBR600RR มีสเปกของตัวรถอย่างไรบ้าง เรามาดูกันดีกว่าครับ All New Honda CBR600RR ใช้เครื่องยนต์ขนาด 599cc แบบ DOHC 4 วาล์วต่อ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ และช่วงชักอยู่ที่ 67.0 X 42.5 มิลลิเมตร เกียร์ 6 สปีด มีแรงม้าอยู่ที่ 120 แรงม้า ที่รอบ 14,000 รอบ/นาที แรงบิดอยู่ที่ 64 นิวตันเมตร ที่รอบ 11,500 รอบ/นาที ลิ้นปีกผีเสื้อได้รับการอัพเกรดจากเดิม 40 มิลลิเมตร เป็น 44 มิลลิเมตร  ระบบหัวฉีดแบบใหม่ที่มาแบบคู่ ให้กำลังจัดจ้าน รอบปลายไหลต่อเนื่อง ทางด้านของฝาสูบได้ทำการออกแบบใหม่ โดยใช้หัวเทียนแบบยาว ทำให้การเผาไหม้สมบรูณ์ทั่วลูกสูบมากขึ้น เพิ่มทางเดินน้ำหล่อเย็นในฝาสูบ ทำให้รักษาอุณหภูมิได้คงที่เผาไหม้ได้เต็มประสิทธิภาพ ตัวเครื่องยนต์ยังมาพร้อมกับระบบ Assist Slipper Clutch ซึ่งช่วยในเรื่องของการลดการกระชากล้อหลัง ในขณะที่เปลี่ยนเกียร์สูงลงมาเกีบร์ต่ำ (Shift-Down)

 

 

โช้กหน้ามาในแบบ UpSide-Down จาก Showa BPF ที่มีขนาดแกนโช้กอยู่ที่ 41 มิลลิเมตร เบรกหน้าเป็นแบบเดิส์เบรกที่มีขนาดจานดิกส์อยู่ที่ 320 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เรเดียนเม้าส์ 4 สูบ จาก Tokico ยางหน้ามีขนาด 120/70 ของ 17 นิ้ว

 

 

โช้กหลังเป็นแบบโช้กเดี่ยวที่มีเอกลักษณ์ของ Honda อย่าง Pro-Link เบรกหลังแบบดิกส์เบรกที่มีขนาดจานดิกส์อยู่ที่ 220 มิลลิเมตร ปั๊มเบรกหลังจาก Nissin ระบบเบรกยังมาพร้อมกับแกน IMU 5 แกน ที่ตรวจจับการเคลื่อนที่ตัวรถบบ 3D ซึ่งระบบนี้จะทำงานร่วมกับระบบเบรก การควบคุมการขับขี่ การส่งกำลังได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ยังหลังมีขนาด 180/55 ขอบ 17 นิ้ว 

 

 

ตัวรถมีกันสะบัดไฟฟ้า HESD มาให้ด้วย ซึ่งกันสะบัดไฟฟ้าสามารถปรับความหนืดตามความเร็วรถด้วยระบบคอมพิวเตอร์ขี้นสูง คล่องแคล่วในความเร็วต่ำ แบะเพิ่มความมั่นคงเมื่อความเร็วสูง

 

 

มิติของตัวรถอยู่ที่ กว้างxยาวxสูง = 685x2,030x1,140 มิลลิเมตร ฐานล้อมีความยาวอยู่ที่ 1,375 มิลลิเมตร ความสูงจากเบาะถึงพื้นอยู่ที่ 822 มิลลิมเตร น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 181 กิโลกรัม ถังน้ำมันขนาด 18 ลิตร

 

 

ไฟรอบคันมาในแบบ Full LED ท่อไอเสียมาในแบบ Middle Tip เพิ่มอารมณ์ของความสปอร์ตมากขึ้น แฟริ่งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Winglet จาก MotoGP ออกแบบตามหลัก Aerodynamics ส่งผลทำให้รถลู่ลมมากที่สุดในคลาส เทคโนโลยี Winglet จาก MotoGP เพิ่มการยึดเกาะขณะเข้า และเดินคันเร่งออกจากโค้ง

 

 

จอแสดงผลแบบ TFT LCD Speedometer ปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ เทคโนโลยีเดียวกัน RC213V-S หน้าจอเองยังมาพร้อมกับฟีเจอร์แสดงผลตามการใช้งาน Street Mode, Circuit Mode, Mechanic Mode ตัวรถเองยังมีคันเร่งไฟฟ้า Throttle By Wire (TBW) ที่สามารถปรับตั้งการตอบสนองของคันเร่งได้ 5 รูปแบบ

 

 

ฟิลลิ่งด้านการขับขี่

ต้องบอกว่าครั้งแรกที่เห็นเจ้า All New Honda CBR600RR ต้องบอกว่าแอดอยากลองมากๆเลยทีเดียวซึ่งเป็นรถที่ตัวเองชอบ เลยมีอาการดี๊ด้าเกินหน้าเกินตานิดหน่อย555+ เราได้ไปทดสอบกันที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สัมผัสแรกเรามาดูที่ท่านั่งกันก่อนดีกว่า ต้องขอกว่าเจ้า All New Honda CBR600RR มีดีไซน์การปรับโพซิชั่นใหม่ เพื่อผู้ขับขี่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวรถมากขึ้น ถังน้ำมันสไตล์รถแข่ง จัดวางใกล้จุด C.G. ให้ท่านั่งที่หมอบเหมือนรถในสนามแข่งเลย เมื่อเราหมอบไปแล้ว ตำแหน่งหน้าจอมิเตอร์วางมุมใหม่ (38องศา) ทำให้เวลาหมอบเห็นได้อย่างชัดเจนโดยที่เราไม่ต้องละสายตา ซึ่งข้อนี้ดีมากๆเลย ท่านั่งปกติเป็นท่านั่งแบบรถสปอร์ตเลย ก้มไปข้างหน้า เรียกว่าพร้อมหมอบเลย

 

 

รอบนี้ทางฮอนด้าได้ทำการเปลี่ยนยางรถเป็นยาง Pirelli Diablo Rosso SP ซึ่งเป็นยางถนน แน่นอนว่าด้วยตัวของยางมีความยึดเกาะพอสมควรเลยดีเดียว (เหมาะกับถนนมากกว่าในสนาม) อ่อลืมบอกไปเลยว่าก่อนทำการทดสอบได้มีโค้ชฟิล์ม รัฐภาค ให้คำแนะนำว่าจังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสมของตัวรถอยู่ที่ 12,500-13,000 รอบ/นาที แต่ตัวรถสามารถลากรอบไปถึง 15,000 รอบ/นาทีเลย จังหวะคล่อมรถอีกอย่างที่รู้สึกได้คือ ตัวรถมีน้ำหนักเบาเลยทีเดียว ซึ่งนี่เป็นจุดเด่นอีกอย่างของรถในคลาส 600cc. เลย ก่อนอื่นความเร็วสูงสุดหน้าไมล์ที่แอดทำได้ รอบแรกๆอยู่ที่ประมาณ 245 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ส่วนรอบหลังๆไม่ได้มองเพราะโฟกัสเรื่องเบรกกับการเลี้ยวเป็นหลัก) 

 

 

เนื่องด้วยรถในคลาส 600cc. มีน้ำหนักเบา จึงทำให้เลี้ยวง่าย แต่เจ้า All New Honda CBR600RR เลี้ยวง่ายกว่ารถในคลาสที่ผมเคยสัมผัสมาเลยก็ว่าได้ เรียกว่าตามสั่งดั่งใจคิดเลย ในส่วนของการพลิ๊กรถ ตัวรถเรียกว่าพลิ๊กง่ายพลิ๊กได้ไวเลยทีเดียว การต่อเกียร์ของตัวรถเนื่องจากตัวรถไม่มีควิ๊กชิฟเตอร์มาให้ แต่แอดใช้แบบ ปิดคันเร่งเตะเกียร์ยัดเข้าไป ทำได้เหมือนกันครับ จังหวะเบรก ต้องบอกว่า เบรกของเจ้า All New Honda CBR600RR ดีมากๆเลย เพราะแอดเคยขี่รถ CBR600RR ปี 2014 ต้องบอกว่าใช้วิธีขับขี่แบบรถ 300cc ได้ แต่เจ้า All New Honda CBR600RR เบรกหนึบมากๆ เรียกได้ว่าเข้าไปลึกว่าที่เคยยกคันเร่งได้สบายๆ แต่เนื่องจากเบรกดี แต่เมื่อเราลงเกียร์หนักๆ บวกกับ Slipper Clutch ทำงานแล้ว ตัวรถยังมีอาการท้ายออกเล็กน้อย ซึ่งแอดเองคาดว่า มาจากที่ท่อไอเสียออกตูด ทำให้ตัวรถมี C.G. ที่ลดลงไป ทำให้ออกอาการเล็กน้อยเมื่อเบรกหนักๆนั่นเอง เนื่องจากเป็นรถเดิมๆ หากขับขี่ในชีวิตประจำวันผมว่าตัวรถขับขี่สนุกเลยทีเดียว ถ้าใครอยากได้มาแข่งในสนามหล่ะก็ แอดว่าเปลี่ยนแค่ ท่อ รีแมพกล่อง เปลี่ยนสายถัก เปลี่ยนพักเท้าเป็นเกียร์โยง แค่นี้เจ้า All New Honda CBR600RR ก็พร้อมอาละวาดแล้ว

ลืมไปเลย ถ้าถามเรื่องกันสะบัดไฟฟ้าที่มากับตัวรถ ต้องบอกว่าทำงานได้ดีเลยครับ ตอบสนองได้ไวเลย ไม่ว่าจะเป็นโค้ง ไฮสปีดแบบ โค้ง T4 ทำให้รถไม่มีอาการเลย หรือจังหวะเบรกหนักๆ ทำงานได้ดีเลย ถึงจะมีอาการเล็กน้อย แต่ก็เอาอยู่สบายๆ ช่วงล่างของตัวรถได้มีการปรับมาเล็กน้อยซึ่งต้องบอกว่าช่วงล่างเอาอยู่สบายๆเลย สามารถรูด Curve ได้แบบไม่มีอาการเลย 

 

 

สรุปแล้ว

All New Honda CBR600RR เป็นรถที่เรียกได้ว่าตอนนี้เป็นที่สุดในคลาส Super Sport 600cc เลยก็ว่าได้การตอบสนองคันเร่งดี ช่วงล่างก็แจ่ม เพราะของเดิมที่มาจากโรงงานสามารถปรับค่าให้เข้ากับผู้ขับขี่ได้เลย กันสะบัดไฟฟ้าที่มาจากโรงงานใช้ได้จริงๆ ทำงานได้ไว อัตราเร่งถ้าอยากสนุกตอนออกโค้งต้องมีรอบในมือไม่ต่ำกว่า 7,000-8,000 รอบ/นาที ส่วนเรื่องเบรก เป็นฟิลลิ่งที่ผมชอบมากๆ เบรกปุ๊บเอาอยู่เลย ตัวรถน้ำหนักเบา พลิ๊กง่าย โค้งไฮสปีดนิ่งๆเลย

 

 

สำหรับใครที่สนใจ All New Honda CBR600RR สามรถเข้าไปดูได้ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศได้เลย

สำหรับ All New Honda CBR600RR มีราคาแนะนำขายอยู่ที่ 549,000 บาท สำหรับ 50 ท่านแรกทาง Honda ยังบอกว่า ฟรีไปเลย QuickShifter 50 คันแรก ฟรีที่สองคือ เข้าร่วมแทร็ก Honda Track Xperience ฟรี 4 ครั้ง ภายใน 2 ปี เรียกได้ว่ามีรถแล้วยังได้ไปอัพสกิลการขับขี่กับสนามระดับโลกอีกด้วย

 

 

ขอขอบคุณ A.P.Honda มากๆครับที่ให้โอกาสพวกเรา Mocyc.com ได้รับการทดสอบในครั้งนี้

 

ติดตามข่าวสารวงการมอไซค์ : http://www.mocyc.com
Page Facebook : http://www.facebook.com/MocycThailand
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UC2zealFH63iys1sWHW6xFOg?view_as=subscriber
IG : MocycThailand

>>