เจาะลึก E-Bike ในร่างของ Neo-Sport Cafe ที่ทาง Honda กำลังเดินหน้าพัฒนาอยู่ |

 

เจาะลึก E-Bike ในร่างของ Neo-Sport Cafe ที่ทาง Honda กำลังเดินหน้าพัฒนาอยู่

หลังจากที่ค่ายปีกนก Honda ได้นำเสนอแนวทางของรถมอเตอร์ไซค์รูปแบบเฉพาะตัวอย่าง Neo-Sport Cafe เมื่อปี 2017 ด้วยการนำเสนอ Honda CB150R Exmotion ด้วยรูปแบบของตัวรถที่ผสมผสานความทันสมัยและความคลาสสิกที่ลงตัวจนกลายเป็นอีกหนึ่งไลน์อัพโมเดลที่ได้รับการส่งต่อไปยังโมเดลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Honda CB1000R หรือแม้แต่รุ่นยอดนิยมอย่าง Honda CB650R เองก็ได้รับการส่งต่อการออกแบบในรูปแบบนี้กันมา จนล่าสุดได้มีการเปิดเผยเอกสารในการจดสิทธิบัตรใหม่จากผู้ผลิตที่กำลังพัฒนารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่บนรูปแบบของ Neo-Sport Cafe อีกครั้ง

 

 

มีเอกสารสิทธิบัตรหลายฉบับที่แสดงแง่มุมที่แตกต่างกันของการออกแบบซึ่งบ่งบอกว่าเป็นโครงการที่ค่อนข้างจริงจังและส่วนประกอบและรูปแบบของจักรยานก็ชี้ไปที่ต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงมากนัก การออกแบบของจักรยานพร้อมแชสซีแบบเดิมที่ผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากและรูปแบบที่ได้รับการพิสูจน์แล้วหมายความว่ามันไม่ท้าทายโดยเจตนา ดูเหมือนว่า Honda จะรับรู้ว่าการทำให้ลูกค้าไม่ต้องปรับตัวให้มากมายสำหรับการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะรูปแบบเครื่องยนต์สันดาป มาสู่เครื่องมอเตอร์ไฟฟ้า และแสดงออกถึงความต้องการที่จะน้าวโน้มใจของผู้บริโภคให้มีความรู้สึกใกล้เคียงหรือไม่แตกแยกออกไปหากจะใช้งานยานพาหนะรูปแบบพลังงานรูปแบบใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า

 


.
เห็นได้ชัดว่า Honda เคยใช้แนวคิดทำนองนี้มาแล้วกับเจ้า Honda PCX EV ที่ใช้รูปแบบดั่งเดิมของรถเครื่องยนต์สันดาปมาเปลี่ยนเป็นรูปแบบมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้บริโภคนั้นคุ้นชินได้ง่ายกว่า การปรับรูปแบบให้มีความแตกต่างออกไป อย่างที่หลาย ๆ แบรนด์นั้นกำลังพยายามทำกันอยู่ในปัจจุบั้น ความเรียบง่ายของการออกแบบใหม่เผยให้เห็นในส่วนประกอบ แชสซีระบบกันสะเทือนและการจัดแต่งแฟร์ริ่งต่าง ๆ รวมเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดสามเฟสระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังไปยังระบบขับเคลื่อนที่ล้อหลังผ่านชุดเกียร์แบบทดรอบที่แสนเรียบง่าย พร้อมด้วยระบบส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่ที่แตกต่างจากรถพลังงานไฟฟ้าที่ไม่ใช้ระบบสายพานก็จะเป็นระบบ Direct Drive โดยที่ผู้ผลิตนั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ชุดมอเตอร์และชุดเกียร์ลดขนาดบางลงซึ่งเป็นจุดสำคัญของสิทธิบัตร ดังนั้นจึงสามารถสอดเข้าไปในแชสซีของ CB150R ที่มีอยู่ได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

 

 

ในส่วนของข้อมูลที่จำเป็นอย่างมากสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าก็คือเรื่องของแบตเตอรี่ ซึ่งทางผู้ผลิตเองก็ได้ทำการวิเคราะห์ถึงความจำเป็นสำหรับการเดินทางในแต่ล่ะครั้งและปัจจัยบางอย่างที่ส่งผลให้ตลาดในรูปแบบพลังงานนี้กำลังเติบโตไปในเชิงที่บวกมากขึ้น นั้นก็คือขนาดของแบตเตอรี่ที่เป็นปัจจัยหลักในการสร้างระยะในการวิ่งแต่ล่ะครั้ง โดยทาง Honda เองก็เลือกใช้หลักการเดียวกับ Honda PCX EV ด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่สองก้อนบนตัวรถคันนี้ โดยก้อนแรกนั้นจะอยู่ที่บริเวณถังน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะปกติ และอีกหนึ่งก้อนจะวางถัดกันในชุดโครงสร้าง แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะสามารถถอดเข้าออกได้เหมือนกับ PCX EV หรือไม่ แต่การเสริมแบตเตอรี่สองก้อนแบบนี้ ก็ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็จะมีเรื่องของระยะเวลาในการชาร์จไฟที่ยังไม่ระบุว่าต่อแบตเตอรี่หนึ่งก้อนนั้นจะใช้ระยะเวลาในการชาร์จนานขนาดไหน

 

 

ส่วนประกอบที่ใช้ร่วมกันจำนวนมากหมายความว่าค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของตัวรถนั้นจะลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งรวมไปถึงต้นทุนในการผลิตจริงที่น่าจะใกล้เคียงกับรถเครื่องยนต์สันดาปในปัจจุบัน แต่ในแง่ของประสิทธิภาพนั้นอาจจะไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยเอกสารระบุไว้อย่างชัดเจนว่าตัวรถนั้นจะสามารถรีดกำลังสูงสุดได้น้อยกว่า 15 แรงม้า (HP) ซึ่งมันสอดคล้องกับมาตรฐานของใบอนุญาตขับขี่แบบ A1 License และเทียบเท่าได้กับเจ้า Honda CB125R เวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายในยุโรป ซึ่งนี้หมายถึงการส่งไม้ต่ออย่างไร้รอยต่อและแนบเนียนแบบสุด ๆ เลยก็ว่าได้

 


ขอขอบคุณที่มาจาก : https://www.bennetts.co.uk/

ติดตามข่าวสารวงการมอไซค์ : http://www.mocyc.com
Page Facebook : http://www.facebook.com/MocycThailand
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UC2zealFH63iys1sWHW6xFOg?view_as=subscriber
IG : MocycThailand