ค้นหา

ประกาศจาก VIP

ขาย

ข้อมูลสำหรับติดต่อ พ.ท.จิรวัฒน์ บัวภา โดย กฤษณะ เข็มทอง

สินค้าอื่นๆ

ติดต่อเจ้าของประกาศ

พ.ท.จิรวัฒน์  บัวภา
สัสดีเขต
โทร.02-364-6672
โทร.02-364-7000 ต่อ 6391
 

การแจ้งขอขึ้นทะเบียนทหาร>>การขอใบสำคัญ (แบบ สด.9)  และหนังสือสำคัญ (แบบ สด.8)  แทนฉบับที่ชำรุด  หรือสูญหาย
     ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุน  ที่ได้ทำใบสำคัญ (แบบ สด.9) หรือสมุดประจำตัว (แบบ สด.8) ชำรุดหรือสูญหาย ต้องไปแจ้งต่อเขตท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารด้วยตนเอง  เพื่อขอรับใบสำคัญ (แบบ สด.9) หรือหนังสือสำคัญ (แบบ สด.8) ใหม่
     หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
     1.  บัตรประจำตัวประชาชน
     2.  กรณีของหนังสือสำคัญ (แบบ สด.8)  ต้องมีรูปถ่ายหน้าตรง  ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา 
          ขนาด 3X4 ซม.  จำนวน 3 รูป
     3.  สำเนาใบรับแจ้งความจากสถานีตำรวจท้องที่ที่ได้ทำใบสูญหาย
     บทกำหนดโทษ
     ทหารกองเกิน  หรือทหารกองหนุนผู้ใด  ไม่ปฏิบัติภายในกำหนดสามสิบวัน  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน  หรือปรับไม่เกินสองร้อยบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
     อัตราค่าธรรมเนียม
     ค่าธรรมเนียมการออกใบสำคัญฯ หรือหนังสือสำคัญฯ แทน ฉบับละหนึ่งบาท
>>การขอเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล ของทหารกองเกินหรือทหารกองหนุน
     ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุน  ที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุล  หรือได้รับอนุญาตให้ร่วมชื่อสกุล  จะต้องแจ้งขอแก้ชื่อตัว-ชื่อสกุล  ต่อผู้อำนวยการเขตท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหาร  ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับอนุญาต
     การขอแก้ชื่อตัว-ชื่อสกุล  ของทหารกองเกินหรือทหารกองหนุน  ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
>>การลงบัญชีทหารกองเกิน
     ชาย  สัญชาติไทย  เมื่อมีอายุย่างเข้า 18 ปี ในปี พ.ศ. ใด (อายุ 17 ปีบริบูรณ์ นับ พงศ. เกิด)  ให้ไปแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกินภายใน พ.ศ. นั้น
     หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
     1.  สูติบัตร (ใบเกิด)
     2.  บัตรประจำตัวประชาชน
     3.  สำเนาทะเบียนบ้าน  (กรณีบิดา  มารดา  มิได้อยู่บ้านเดียวกับผู้ขอลงบัญชีทหารกองเกิน  ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา  มารดา  ไปด้วย)
     4.  กรณีบิดา  มารดา  เป็นคนต่างด้าว  จะต้องนำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดา  มารดาไปแสดงด้วย
     5.  กรณีเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล  จะต้องนำใบสำคัญเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุล  ไปแสดงด้วย
     6.  กรณีบิดา  มารดา  ถึงแก่กรรมแล้ว  ต้องนำหลักฐานมรณบัตรไปสดง  พร้อมนำผู้ปกครองที่ตนอยู่ในความอุปการะไปแสดงตนด้วย
     7.  กรณีรับบุตรบุญธรรม  ให้นำหลักฐานการรับบุตรบุญธรรมไปแสดงด้วย
     บทกำหนดโทษ
     ผู้ใดฝ่าฝืน  ไม่ไปแสดงตนขอลงบัญชีทหารกองเกินภายในกำหนดที่สำนักเขตประกาศ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน  หรือปรับไม่เกินสามร้อยบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
>>การขอผ่อนผันการเข้ารับราชการทหาร
     การขอผ่อนผันมี 3 กรณี
     1.  การขอผ่อนผันระหว่างการศึกษาในประเทศ (สถานศึกษาดำเนินการขอผ่อนผันได้)
     2.  การขอผ่อนผันไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ
     3.  การขอผ่อนผันเลี้ยงบิดา  มารดา  หรือบุตร
     การขอผ่อนผันไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ มี 2 กรณี
     นักเรียนที่ออกไปศึกษาโดยทุนส่วนตัว  และไม่อยู่ในความปกครองดูแลของ ก.พ.  กรณีนี้ต้องไปยื่นเรื่องราวด้วยตัวเอง  หากเดินทางไปต่างประเทศก่อนแล้ว  จะต้องให้บิดา  มารดา  หรือผู้ปกครอง  เป็นผู้ดำเนินการขอผ่อนผันให้
     หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
     1.  ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
     2.  หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35) ถ้ามี
     3.  หนังสือรับรองของสถานทูตหรือสถานกงสุล
     4.  หนังสือรับรองของสถานศึกษา พร้อมคำแปลเป็นภาษาไทย
>>การรายงานตัวในการเรียกพลและการระดมพล
     ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนมีหน้าที่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ  เพื่อฝึกวิชาทหาร  หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม และในการระดมพล
     บทกำหนดโทษ
     ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนผู้ใด  หลีกเลี่ยง  หรือขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหาร  ในการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร  หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม  หรือในการระดมพล  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสี่ปี
>>การขอรับหมายเรียกเข้ารับราชการ
     ทหารกองเกิน  เมื่อมีอายุย่างเข้า 21 ปี ใน พ.ศ. ใด  ต้องไปแสดงตนเพื่อขอรับหมายเรียกที่สำนักงานเขตท้องที่เป็นภูมิลำเนาทหาร ภายใน พ.ศ. นั้น
      หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
     1.  บัตรประชาชน
     2.  ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
     การรับหมายเรียกฯ แทน
     ให้นำบัตรประจำตัวฯ ของผู้รับแทน  พร้อมหนังสือมอบฉันทะ  ให้ผู้แทนนำมาแสดง
      บทกำหนดโทษ
     ผู้ใดฝ่าฝืน  ไม่ไปแสดงตนรับหมายเรียก  ภายในกำหนดที่สำนักงานเขตประกาศเตือน  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน  หรือปรับไม่เกินสามร้อยบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
>>การแจ้งตายทหารกองเกินหรือทหารกองหนุน
     กรณีทหารกองเกิน  หรือทหารกองหนุนตาย  จะต้องแจ้งต่อเขตท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของผู้ตาย  โดยบิดา  มารดา  ญาติหรือผู้ปกครองของผู้ตาย เป็นผู้แจ้ง
     หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
     1.  บัตรประจำตัวประชาชน
     2.  ใบสำคัญ (แบบ สด.9)  หรือหนังสือสำคัญ (แบบ สด.8)
     3.  ใบมรณบัตร พร้อมสำเนา (2 ฉบับ)
     4.  สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา 2 ฉบับ
>>การเข้ารับการตรวจเลือก
     เมื่อได้รับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35)  จากสำนักงานเขตฯ  ไปเรียบร้อยแล้ว   จะต้องไปแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือก  ตามวัน  เวลา  และสถานที่ที่กำหนดระบุไว้ในหมายเรียกฯ
     บทกำหนดโทษ
     บุคคลใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืน  ไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ  ตามหมายเรียกของผู้อำนวยการเขต  หรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก  หรือไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ  หรือหลีกเลี่ยง  หรือขัดขืนด้วยประการใด ๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการตามกฎหมาย  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี
>>การย้ายภูมิลำเนาทหาร
     บุคคลที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว  หรือทหารกองหนุนผู้ใด  มีความประสงค์ที่จะไปอยู่ต่างท้องที่ในอำเภอเดียวกัน  หรือต่างอำเภอ  ต่างจังหวัด  เกินสามสิบวัน  ให้แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ที่ตนเข้าไปอยู่ภายในสามสิบวันนับจากวันย้ายไปอยู่ในท้องที่นั้น ๆ
     บทกำหนดโทษ
     ทหารกองเกิน  หรือทหารกองหนุนผู้ใด  ไม่ปฏิบัติ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน  หรือปรับไม่เกินสองร้อยบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ